Leverage คืออะไร
Leverage คืออัตราทดที่ผู้ให้บริการกำหนดให้กับบัญชีซื้อขาย เพื่อให้ผู้เทรดควบคุมมูลค่าสถานะที่มากกว่าเงินหลักประกันที่วางไว้ ตัวอย่างอัตรา 1:100 หมายถึงเงินหลักประกัน 1 หน่วยสามารถรองรับมูลค่าสถานะตามเงื่อนไขได้สูงสุด 100 หน่วย
Leverage ไม่ได้ทำให้ราคาวิ่งเร็วขึ้นหรือทำให้กลยุทธ์ดีขึ้น แต่ทำให้สามารถเปิดสถานะขนาดใหญ่ขึ้นด้วยเงินหลักประกันที่น้อยลง หากเลือกขนาดสถานะใหญ่เกินไป การเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อเงินในบัญชีอย่างมาก
Leverage เกี่ยวข้องกับ Margin อย่างไร
Margin คือเงินหลักประกันที่ถูกกันไว้เพื่อรองรับสถานะเปิดอยู่ โดยทั่วไป เมื่ออัตราทดสูงขึ้น Margin ที่ต้องใช้สำหรับสถานะมูลค่าเดิมอาจลดลง แต่ความเสี่ยงจากขนาดสถานะยังคงอยู่
- สถานะขนาดเท่าเดิม: Leverage ที่สูงขึ้นอาจใช้ Margin น้อยลง
- ขนาดสถานะใหญ่ขึ้น: เงินกำไรและขาดทุนต่อการเคลื่อนไหวของราคาจะเพิ่มขึ้น
- Margin ไม่ใช่ความเสี่ยงทั้งหมด: ต้องพิจารณาขนาดสถานะ จุดตัดขาดทุน และเงินที่พร้อมขาดทุนร่วมกัน
ตัวอย่างแนวคิดแบบง่าย
สมมติว่าผู้เทรดต้องการเปิดสถานะมูลค่า 10,000 หน่วย หากไม่มีอัตราทด อาจต้องใช้เงินหลักประกันใกล้เคียงมูลค่าสถานะ แต่หากบัญชีอนุญาต Leverage 1:100 เงินหลักประกันที่ระบบต้องกันไว้อาจเหลือประมาณ 100 หน่วย ทั้งนี้ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ ราคา สกุลเงินบัญชี และกฎของโบรกเกอร์
สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ หากราคาเคลื่อนไหวสวนทางกับสถานะ การขาดทุนจะคำนวณตามขนาดสถานะ ไม่ได้คำนวณจาก Margin ที่ใช้เพียงอย่างเดียว
ใช้ Leverage อย่างรอบคอบ
- กำหนดความเสี่ยงต่อครั้งก่อน: ระบุจำนวนเงินสูงสุดที่ยอมขาดทุนได้ก่อนคำนวณขนาดสถานะ
- ใช้ Stop Loss: กำหนดจุดออกเมื่อแนวคิดผิด และไม่เลื่อนจุดตัดขาดทุนเพียงเพราะหวังให้ราคากลับมา
- เริ่มจากขนาดเล็ก: ใช้บัญชี Demo เพื่อฝึกความสัมพันธ์ระหว่าง Lot, Margin และผลกำไรหรือขาดทุน
- อ่านเงื่อนไขบัญชี: ตรวจสอบระดับ Margin Call, Stop Out และ Leverage ที่แตกต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์
สรุป
Leverage เป็นเครื่องมือที่เพิ่มความสามารถในการเปิดสถานะ แต่ไม่ได้ลดความเสี่ยง ยิ่งขนาดสถานะมาก ผลกระทบจากการแกว่งของราคายิ่งมาก มือใหม่ควรให้ความสำคัญกับขนาดสถานะและแผนตัดขาดทุนก่อนเสมอ
