หาเพื่อนเที่ยว หาเพื่อนเทรดบทเรียนสำหรับมือใหม่หัดเทรด← กลับสู่บทเรียนทั้งหมด

มือใหม่หัดเทรด · บทเรียนที่ 15

ค่า Spread คืออะไร?

ทำความเข้าใจต้นทุนที่เกิดจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขาย ก่อนวางแผนเปิดสถานะ

เนื้อหานี้มีไว้เพื่อการศึกษาSpread เป็นเพียงต้นทุนหนึ่ง ควรพิจารณาร่วมกับค่าคอมมิชชัน Swap และเงื่อนไขบัญชีอื่น ๆ

Spread คืออะไร

Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Ask และราคา Bid ของสินทรัพย์ เป็นค่าใช้จ่ายหนึ่งที่สะท้อนอยู่ในราคาซื้อขาย เช่น Ask 1.2002 และ Bid 1.2000 มีส่วนต่าง 0.0002 เมื่อเปิดสถานะ ผลลัพธ์อาจเริ่มติดลบตามต้นทุนส่วนต่างนี้ก่อน

Spread มีแบบใดบ้าง

  • Fixed Spread: ส่วนต่างถูกกำหนดค่อนข้างคงที่ตามเงื่อนไขบัญชี แต่อาจมีข้อกำหนดอื่นในช่วงตลาดผันผวน
  • Variable Spread: ส่วนต่างปรับตามสภาพตลาด อาจแคบในช่วงสภาพคล่องดีและกว้างขึ้นในช่วงผันผวนหรือสภาพคล่องต่ำ

อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น

  • ข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญ: ราคาขยับเร็วและผู้ให้สภาพคล่องอาจปรับส่วนต่างให้กว้างขึ้น
  • สภาพคล่องต่ำ: ช่วงเปิดหรือปิดตลาด หรือสินทรัพย์ที่มีปริมาณซื้อขายน้อย มักมี Spread กว้างกว่า
  • ความผันผวนสูง: ความไม่แน่นอนของราคาอาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินคำสั่ง
  • ประเภทบัญชี: บัญชีแต่ละแบบอาจมีโครงสร้าง Spread และค่าคอมมิชชันต่างกัน

Spread สำคัญกับแผนเทรดอย่างไร

กลยุทธ์ที่เปิดปิดบ่อยหรือเก็บกำไรระยะสั้นมักได้รับผลกระทบจาก Spread มากกว่ากลยุทธ์ที่ถือสถานะนาน เพราะต้นทุนสะสมตามจำนวนครั้งที่เทรด อย่างไรก็ตาม Spread ที่ต่ำที่สุดไม่ใช่คำตอบเดียว ควรเปรียบเทียบต้นทุนรวม ความเสถียรของระบบ และเงื่อนไขการดำเนินคำสั่งด้วย

เช็กลิสต์ก่อนเปิดสถานะ

  • ดู Spread ปัจจุบัน: โดยเฉพาะก่อนเทรดช่วงข่าวหรือช่วงสภาพคล่องต่ำ
  • เผื่อ Spread ใน Stop Loss และ Take Profit: เพื่อให้จุดวางแผนสะท้อนราคาฝั่งที่ใช้จริง
  • คำนวณต้นทุนรวม: ตรวจสอบค่าคอมมิชชัน Swap และค่าใช้จ่ายอื่นควบคู่กัน

สรุป

Spread คือส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการเทรด การเข้าใจว่า Spread เปลี่ยนตามตลาดและมีผลกับกลยุทธ์อย่างไร ช่วยให้เลือกช่วงเวลา ขนาดสถานะ และเงื่อนไขบัญชีได้รอบคอบขึ้น