Spread คืออะไร
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Ask และราคา Bid ของสินทรัพย์ เป็นค่าใช้จ่ายหนึ่งที่สะท้อนอยู่ในราคาซื้อขาย เช่น Ask 1.2002 และ Bid 1.2000 มีส่วนต่าง 0.0002 เมื่อเปิดสถานะ ผลลัพธ์อาจเริ่มติดลบตามต้นทุนส่วนต่างนี้ก่อน
Spread มีแบบใดบ้าง
- Fixed Spread: ส่วนต่างถูกกำหนดค่อนข้างคงที่ตามเงื่อนไขบัญชี แต่อาจมีข้อกำหนดอื่นในช่วงตลาดผันผวน
- Variable Spread: ส่วนต่างปรับตามสภาพตลาด อาจแคบในช่วงสภาพคล่องดีและกว้างขึ้นในช่วงผันผวนหรือสภาพคล่องต่ำ
อะไรทำให้ Spread กว้างขึ้น
- ข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญ: ราคาขยับเร็วและผู้ให้สภาพคล่องอาจปรับส่วนต่างให้กว้างขึ้น
- สภาพคล่องต่ำ: ช่วงเปิดหรือปิดตลาด หรือสินทรัพย์ที่มีปริมาณซื้อขายน้อย มักมี Spread กว้างกว่า
- ความผันผวนสูง: ความไม่แน่นอนของราคาอาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินคำสั่ง
- ประเภทบัญชี: บัญชีแต่ละแบบอาจมีโครงสร้าง Spread และค่าคอมมิชชันต่างกัน
Spread สำคัญกับแผนเทรดอย่างไร
กลยุทธ์ที่เปิดปิดบ่อยหรือเก็บกำไรระยะสั้นมักได้รับผลกระทบจาก Spread มากกว่ากลยุทธ์ที่ถือสถานะนาน เพราะต้นทุนสะสมตามจำนวนครั้งที่เทรด อย่างไรก็ตาม Spread ที่ต่ำที่สุดไม่ใช่คำตอบเดียว ควรเปรียบเทียบต้นทุนรวม ความเสถียรของระบบ และเงื่อนไขการดำเนินคำสั่งด้วย
เช็กลิสต์ก่อนเปิดสถานะ
- ดู Spread ปัจจุบัน: โดยเฉพาะก่อนเทรดช่วงข่าวหรือช่วงสภาพคล่องต่ำ
- เผื่อ Spread ใน Stop Loss และ Take Profit: เพื่อให้จุดวางแผนสะท้อนราคาฝั่งที่ใช้จริง
- คำนวณต้นทุนรวม: ตรวจสอบค่าคอมมิชชัน Swap และค่าใช้จ่ายอื่นควบคู่กัน
สรุป
Spread คือส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของการเทรด การเข้าใจว่า Spread เปลี่ยนตามตลาดและมีผลกับกลยุทธ์อย่างไร ช่วยให้เลือกช่วงเวลา ขนาดสถานะ และเงื่อนไขบัญชีได้รอบคอบขึ้น
